เว็บ Royal Online วอลเตอร์ เบนิเตซ กำแพงแห่งลีกเอิง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วอลเตอร์ เบนิเตซ กำแพงแห่งลีกเอิง

มือกาวชาวอาร์เจนไตน์เป็นผู้นำเรื่องสถิติใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในลีกเอิงฤดูกาลนี้
มันถือเป็นคำชมในตัว เมื่อผู้รักษาประตูของนีซ วอลเตอร์ เบนิเตซ ได้รับฉายาว่า The Wall (กำแพง) ในฤดูกาลนี้

มือกาวชาวอาร์เจนไตน์เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการเป็นตัวเลือกที่สองของปาทริค วิเอรา แต่กลับกลายเป็นมือหนึ่งอย่างมั่นคง หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เหมือนเช่นในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาที่ต้นสังกัดของเขาเอาชนะลียงได้ 1-0

ในรูปเกมที่ลียงเป็นฝ่ายครองเกมแทบจะตลอด มือกาวชาวอาร์เจนไตน์ช่วยป้องกันไว้ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่น่าประหลาดใจเลยที่เมื่อหลังจบเกม ปาทริค วิเอรา กุนซือนีซกระตุ้นให้ เฮดโค้ชทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง ลิโอเนล สคาโลนี เรียกตัวเบนิเตซไปติดทีมชาติชุดใหญ่

“เขาสมควรติดทีมชาติ” อดีตกองกลางอาร์เซนอลกล่าวถึงผลงานของเบนิเตซหลังจบเกม

ขณะที่เบนิเตซเองก็ยอมรับ เขามีความฝันที่จะได้ติดทัพฟ้าขาวในอนาคต แม้ว่าจะมี เซร์คิโอ โรเมโร และนาฮูเอล กุซมัน ขวางทางอยู่ในเวลานี้ก็ตาม

“มีผู้รักษาประตูสองคนที่ยึดตำแหน่งอยู่ก่อนแล้ว มันเลยเป็นเรื่องที่ต้องขึ้นอยู่กับโค้ช” เบนิเตซกล่าว “มันคือความฝัน คือเป้าหมายส่วนตัว เป็นสิ่งที่ผมตั้งเป้าเอาไว้ และผมก็หวังว่ามันจะอยู่ไม่ไกลนัก เพราะมีนักข่าวจำนวนหนึ่งพูดถึงผมบ้างแล้วในบ้านเกิด”

เว็บ Royal Online เบนิเตซกำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในฝรั่งเศสเมื่อหน้าร้อนปี 2016 เขาช่วยให้นีซรักษาคลีนชีตได้ 10 นัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งมากกว่าทุกทีมในลีกเอิง หากไม่นับปารีส แซงต์ แชร์กแมง

นอกจากนี้ เมื่อเทียบใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ก็มีผู้รักษาประตูเพียง 5 คนที่เก็บคลีนชีตได้มากกว่าเขา คือ อลิสสัน (ลิเวอร์พูล), ซามีร์ ฮันดาโนวิช (อินเตอร์ มิลาน), เอแดร์สัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้), ยาน โอบลัค (แอตเลติโก มาดริด) และเกปา อาร์ริซาบาลาก้า

และยิ่งถ้าเจาะลึกไปที่สถิติส่วนตัวของเขา ผลงานของเบนิเตซในฤดูกาลนี้ก็ยิ่งน่าประทับใจกว่าเดิมเสียอีก

จากผู้รักษาประตูที่ทำการเซฟมากกว่า 30 ครั้งขึ้นไปในฤดูกาลนี้ เบนิเตซเซฟได้ถึง 81.91 เปอร์เซ็นต์ เขาถูกยิงเข้ากรอบรวมถึง 94 ครั้ง แสดงให้เห็นว่าต้องทำงานหนักกว่าคนอื่นๆ ที่จะทำได้ถึง 10 คลีนชีตในระดับสโมสร

จากผลงานที่กล่าวมา วิเอรารู้ดีว่าผู้รักษาประตูของเขาคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้นีซอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันบนเวทีลึกเอิง ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องเกมรุกในฤดูกาลนี้ เมื่อมีเพียง แก็งก็อง ทีมอันดับท้ายตารางเพียงทีมเดียวเท่านั้นที่มีสถิติทำประตูแย่กว่าพวกเขา

“เราไม่ควรพึ่งพาเขามากเกินไป แต่มันก็ทำให้เรามั่นใจได้เสมอ ถ้าผู้รักษาประตูอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม” ปิแอร์ ลีส์ เมลู กองกลางของทีมเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

ถ้าไม่มีกำแพงรายนี้ ผลงานของนีซในตารางอาจจะไม่ได้อย่างที่เป็นอยู่ และถ้าเบนิเตซยังรักษาฟอร์มแบบนี้ได้อย่างต่อเนื่อง เขาจะกลายเป็นผู้รักษาประตูเนื้อหอมในช่วงหน้าร้อนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

เว็บ Royal Online ซาลาห์เบิ้ล หงส์อัดพาเลซระทึก 4-3

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ซาลาห์เบิ้ล หงส์อัดพาเลซระทึก 4-3

ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกหลังทำคนเดียวสองประตูช่วยหงส์แดงเอาชนะปราสาทเรือนแก้วไปแบบสุดมัน
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 23 คู่ระหว่าง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงเปิดสนามแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ อันดับ 14

หงส์แดงของ เยอร์เกน คล็อปป์ เกมนี้วางหมากมาในระบบ 4-2-3-1 นำมาโดยแผงแนวรุกใช้ ซาดิโอ มาเน , โรแบร์โต ฟีร์มิโน และ นาร์บี เกอิตา ปั้นเกมให้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หัวหอกคอยล่าตาข่าย

สมัครสมาชิก UFABET ฝั่งปราสาทเรือนแก้วของ รอย ฮอดจ์สัน วางหมากมาในระบบ 4-3-3 นำมาโดยสามประสานในแนวรุกอย่าง แอนดรอส ทาวน์เซนด์ , วินฟรัด ซาฮา และ จอร์แดน อายิว คอยผลิตสกอร์

8 นาทีแรกหงส์แดงได้โอกาสลุ้นประตูก่อนจากจังหวะ เจมสื มิลเนอร์ แทงทะลุช่องในเขตโทษให้ โจเอล มาติป หลุดเข้าไปยิงแต่ติดบล็อค ฮูเลียน สเปโรนี นายทวาร

หลังจากโดนบุกอยู่นาน นาทีที่ 34 กลายเป็นทีมเยือนได้เฮก่อน จากจังหวะ วินฟรีด ซาฮา กระชากบอลเข้าทางซ้ายของเขตโทษก่อนเปิดเข้ากลางมาให้ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ เข้าชาร์จด้วยซ้าย พาเลซนำ 1-0

เกมครึ่งแรกเจ้าบ้านทำเกมได้ดีกว่า แต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้ส่งผลให้ทีมเยือนฉวยโอกาสออกนำไปก่อน จบ 45 นาที ลิเวอร์พูล 0 พาเลซ 1

เริ่มครึ่งหลังได้แค่นาทีเดียว เจ้าถิ่นได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ยิงไกลบอลไปแฉลบหลัง เจมส์ แม็คอาเธอร์ ผู้เล่นพาเลซลอยโด่งไปหา โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเขตโทษ ก่อนโฉบไปแย่บอลหนีมือ สเปโรนี โล่งๆ

นาทีที่ 53 หงส์แดงพลิกขึ้นนำ 2-1 นาบี เกอิตา จ่ายยัดให้ โรแบร์โต ฟีร์มิโน ก่อนหาจังหวะยิงด้วยขวาบอลแฉลบ ชีคฮู คูยาเต ที่พยายามเข้าสกัดเข้าประตูไป

นาทีที่ 65 ดิ อีเกิลส์ มาได้ประตูตีเสมอได้จากลูกเตะมุมของ ลูกา มิลิโวเยวิช โยนเข้ามาให้ เจมส์ ทอมกินส์ ได้โขกคนเดียวเต็มๆ อลิสสัน หมดสิทธิ์เซฟ สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 2-2

10 นาทีถัดมา เดอะ เรดส์ มาได้ประตูแซงนำอีกครั้งจากจังหวะ เจมส์ มิลเนอร์ เปิดบอลจากทางขวาเข้ามา แต่ ฮูเลียน สเปโรนี ปัดบอลพลาดเข้าหาประตูตัวเอง ก่อน โม ซาลาห์ จะตามมาแหย่เข้าไป เจ้าบ้านนำ 3-2

นาทีที่ 89 เจมส์ มิลเนอร์ ทำฟาวล์ใส่ วินฟรีด ซาฮา ผู้ตัดสิน จอห์น มอสส์ ให้ใบเลหืองที่ 2 กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

ช่วงทดเจ็บ 90+3 เรด แมชชีน มาได้ประตูเพิ่ม แอนดี โรเบิร์ตสัน กวาดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ซาดิโอ มาเน พาบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดเสียบมุมเข้าไป

นาทีสุดท้ายของการทดเวลา พาเลซมาได้ประตูไล่มาเป็น 3-4 จากจังหวะ คอร์เนอร์ วิคแฮม พักบอลให้ แม็กซ์ เมเยอร์ ตัวสำรองซัดผ่านมือ อลิสสันเข้าไป

จากนั้นเวลาที่เหลือทำอะไรกันไม่ได้ จบ 90 นาที ลิเวอร์พูล เฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ 4-3 เก็บ 3 แต้ม แข่ง 23 นัด มี 60 คะแนนรั้งจ่าฝูงต่อไป ส่วนปราสาทเรือนแก้วแข่ง 23 นัด มี 22 คะแนนเท่าเดิม อยู่อันดับ 14